คู่มือตัดแว่นฉบับมินิมอล เลือกให้เหมาะ สายเนิร์ดก็ชิคได้

ถ้ามองไม่เห็นตัวหนังสือที่ห่างจากตัวเองประมาณ 16 นิ้ว ต้องตัดแว่นแล้วนะ รู้ไหมคะ? ว่าเราสามารถมองเห็นตัวหนังสือที่ห่างจากตัวเองประมาณ 16 นิ้ว ได้โดยไม่ต้องเพ่งเล็ง… ถ้าชัดนั่นถือว่าสายตายังปกติดี แต่ถ้าใครมองไม่ชัดเห็นเป็นลาง ๆ งานนี้พาราก็เอาไม่อยู่นะจ๊ะ รีบตัดแว่นด่วนเลยจ้า แต่อย่าเพิ่งเซ็งว่า Wongnai Beauty หาเรื่องให้เสียตังค์เสียเวลา รอสั้นเยอะ ๆ เก็บเงินทำเลสิกก็จบ สะบัดความคิดนั้นออกไปค่ะ เพราะแว่นตาเนี่ยนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาสายตาแล้ว ยังช่วยขับลุคของเราให้ดูแพงขึ้นด้วยนะ สงสัยกันมั้ยคะว่าแค่แว่นมันจะดูแพงได้ยังไง

แว่นสายตา ชนชั้นสูงเท่านั้นที่ได้ใส่

สมัยก่อนชาวตะวันตกนิยมเอาแก้วกับกระจกไปทำเครื่องประดับ เขาไม่รู้หรอกค่ะว่ามันเอาไปทำเลนส์แก้ไขสายตาได้ ตอนนั้นยุคโรมันจักรพรรดิเนโรยังนั่งหมุนเพชรติ้ว ๆ ส่องกลาดิเอเตอร์สู้กันอยู่เลย โชคดีที่ต่อมามนุษย์โลกก็ทำเลนส์แว่นสำเร็จ เย้! โดยทำมาจากแก้วที่ถูกเจีย เข้าใจมั้ยคะว่ามันยากส์ มูลค่าก็เลยสูงลิบ ชนชั้นนายทุนเท่านั้นที่มีเงินซื้อ ขนาดมาร์โคโปโลไปจีนเป็นครั้งแรกยังเห็นแต่ลูกขุนมูลนายใส่แว่นไปเรียน ชาวบ้านที่ไม่ต้องเรียน ต่อให้สายตาสั้นก็ต้องทำใจเพราะจ่ายค่าแว่นไม่ไหว

‘แว่นสายตา’ เลยเป็นเครื่องบ่งบอก ‘ฐานะทางชนชั้น’ นั่นเอง และความคิดนี้ก็เผยแพร่ไปทั่วยุโรป จีน อิตาลี สเปน ปัจจุบันแว่นตาที่มีคุณภาพเลยราคาแพงมากกก ตัดกันทีหมดเป็นหมื่นเป็นแสน เพราะงั้นตัดแว่นทั้งทีก็ต้องศึกษาข้อมูลกันให้ดี ว่าแล้วก็ไปวัดสายตากันให้พร้อม ส่วนข้อมูลที่ต้องศึกษาเราก็ยกมาเสิร์ฟให้แล้ว

วิธีอ่านค่าสายตาด้วยตัวเอง

ก่อนไปตัดแว่นสิ่งที่ต้องศึกษาก่อนเลยคือ ‘ค่าสายตา’ เวลาเราไปวัดสายตาที่ร้านแว่นหรือวัดกับจักษุแพทย์ เขาจะมีกระดาษบอกรายละเอียดสายตามาให้ หลายคนดูแล้วอาจงง ก็ให้ดูแค่เลข 3 ตัวนี้พอค่ะ

และนี่ก็เป็นวิธีดูใบแจ้งค่าสายตาค่ะ โดยสิ่งที่เราต้องดูจริง ๆ คือเลข 3 ตัวที่บอกถึง ค่าสายตา (SPH), ค่าความเอียง (CYL), องศาที่เอียง (AX) ซึ่งเป็นข้อมูลที่เราต้องใช้เป็นแนวทางในการตัดแว่นสายตา ว่าแล้วก็มาทบทวนกันอีกนิดว่าเข้าใจถูกต้องกันไหม

ตัวอย่างการอ่านค่าสายตา : -0.75, -0.75, 10 

  : ตาข้างขวา

-0.75 : คือค่าสายตา จะมีเครื่องหมายกำกับเสมอถ้าสั้นเป็นลบ ถ้ายาวจะเป็นบวก เราจะเริ่มมองไม่เห็นที่ตัวเลข -1.50 หรือ +1.50 เป็นต้นไป

-0.75 : คือค่าความเอียง ยิ่งลบมากภาพที่เห็นยิ่งเพี้ยน และอาจเห็นเป็นภาพซ้อนกัน

10 : คือองศาทีเอียง ถ้าเอียงที่ 90 หรือ 180 จะพอทนได้ เพราะเป็นมุมที่ปกติเวลามองเราจะกรอกตามองบน หรือกรอกไปซ้ายขวา ซึ่งถ้าเอียงองศาอื่นเวลามองปกติก็อาจทำให้ภาพผิดเพี้ยนไปค่ะ

สายตาแบบไหนมองเห็นภาพเป็นอย่างไร?

เคยสงสัยกันไหมคะ ว่าคนสายตาสั้นมองเห็นเป็นยังไง สายตายาวเห็นแบบไหน สายตาเอียงเห็นภาพอย่างไร เรามีคำตอบมาให้แล้วจ้า

สายตาสั้น : คนสายตาสั้นจะมองตัวหนังสือหรือสิ่งของไม่ชัด เช่น เห็นโทรศัพท์ไม่ชัด แต่ก็ยังพอมองออกว่าเจ้าสิ่งนี้คือโทรศัพท์

สายตายาว : มองสิ่งของหรือตัวหนังสือในระยะใกล้ไม่ชัด บางคนโชคดีมากมองเห็นในระยะไกลได้ดี แต่บางคนไกลก็ไม่ได้ใกล้ก็ไม่เห็น โดยเฉพาะกลางคืนจะมองภาพต่าง ๆ ไม่ชัดมากกว่าคนอื่น แถมมีอาการแพ้แสงร่วมด้วย

สายตาเอียง : เห็นรูปร่างสิ่งของเพี้ยนไปเลย ถ้าคนเอียงมากจะเห็นเป็นภาพซ้อนกัน ทำให้ใช้ชีวิตลำบากมากขึ้น เพราะมีอาการปวดหัวบ่อย ๆ

เลือกเลนส์แว่นผิดชีวิตเปลี่ยน

การเลือกเลนส์สำคัญมากกก เลนส์บางตัวมีการเคลือบสารป้องกันก็อาจทำให้สีที่เห็นผิดเพี้ยนไป อย่างคนทำงานด้านสี ไปใส่เลนส์บลูบล็อกคือชีวิตเปลี่ยน สีก็จะอมเหลืองนวล ๆ ไปหมด เพราะงั้นต้องเลือกให้ดี โดยปัจจุบันเลนส์แว่นตาก็มีทั้งหมด 8 แบบค่า

  1. เลนส์ชั้นเดียว (Single Vision) : เลนส์ทั่วไปที่แก้ปัญหาได้ทั้งสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง เหมาะกับการใช้อ่านหนังสือ หรือคนที่สายตาไม่เยอะอยากใช้เป็นแว่นชั่วคราวเผื่อต้องเปลี่ยนใหม่
  2. เลนส์สองชั้น (Bifocal Lens) : เป็นเลนส์แบ่งครึ่งบนและครึ่งล่าง มีค่าสายตาสองแบบในเลนส์ตัวเดียวกัน เหมาะกับคนอายุมากที่อยากได้เลนส์สำหรับมองไกลและใกล้สลับกันได้
  3. เลนส์มัลติโค้ต (Multicoat) : เลนส์เคลือบสารมัลติโค้ต ผิวเลนส์จะแข็ง ป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี บางอันเคลือบสารกันแดดทับลงไปได้ด้วย เหมาะมากกับคนที่ใส่แว่นตลอดเวลา
  4. เลนส์กรองแสงสีฟ้า (Blue Light Block) : ช่วยป้องกันแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์ไอที เช่น โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โดยถ้าเรามองแสงสีฟ้าบ่อยก็อาจทำให้เป็นโรคต้อได้ แต่เลนส์จะมีสีอมเหลืองนวล ๆ อาจไม่เหมาะกับคนที่ทำงานเกี่ยวกับสีจ้า
  5. เลนส์ออโต้ (Auto Lens) : เลนส์ปรับแสง ที่จะเปลี่ยนสีตามความเข้มข้นของแสง เวลาอยู่ในร่มจะเป็นสีปกติ พอออกไปเจอแดดเลนส์จะเปลี่ยนเป็นสีเข้มเพื่อป้องกันดวงตาเราจากแสงแดด เหมาะกับคนที่ต้องออกกลางแจ้ง
  6. เลนส์กันแดด (Sun Lens) : สมชื่อของเลนส์เลยค่ะ โดยมาตรฐานเลนส์ตัวนี้จะป้องกันรังสี UVA ได้อย่างน้อย 95% และ UVB ได้อย่างน้อย 99% เหมาะกับคนที่ใช้แว่นเพื่อกันแดดโดยเฉพาะ
  7. เลนส์สี (Color Lens) : เป็นเลนส์ที่เคลือบสีต่าง ๆ แต่ละสีจะมีหน้าที่แตกต่างกันไปตามนี้จ้ะ
  • เลนส์สีเทา : กรองแสงโดยไม่ทำให้สีของวัตถุเปลี่ยนไป
  • เลนส์สีน้ำตาล : ช่วยในการมองเห็นและกรองแสงอ่อน ๆ เหมาะกับคนขับรถ
  • เลนส์สีเขียว : ช่วยกรองแสง ตัดแสง รู้สึกสบายตาเวลาอยู่กลางแจ้ง
  • เลนส์สีเหลือง : ช่วยเพิ่มแสง มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น เหมาะใส่ช่วงเย็นที่แดดไม่จัด

8. เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Lens) : เลนส์ขั้นเทพที่มองได้ทั้งใกล้และไกล เป็นเลนส์ที่ต้องออกแบบให้เหมาะกับแต่ละคน เพื่อให้ใส่ได้ทุกสถานการณ์ และใส่ได้ตลอดเวลา

สนับสนุนโดย : คู่มือตัดแว่นฉบับมินิมอล เลือกให้เหมาะ สายเนิร์ดก็ชิคได้

Related Content

Ray-Ban 2020 เอกลักษณ์ในสไตล์ดั้งเดิมสำหรับทศวรรษใหม่

Ray-Ban 2020 ที่ให้ความรู้สึกถ

7 แว่นกันแดดใส่ขับรถ ยี่ห้อไหนตัดแสงดี ช่วยถนอมสายตา

รวม 7 แว่นตาใส่ขับรถจากหลาย ๆ

ดีไซน์ล้ำ ๆ แว่นตากันแดดพับได้

ยุคนี้ 'แว่นกันแดด' ไม่เพียงใช

Bose Frames แว่นฟังเพลง 3 รุ่น 3 สไตล์ จะใส่กันแดดก็เท่ หรือจะใส่ฟังเพลงก็ล้ำ

นอกจาก Bose จะเปิดตัวหูฟังไร้ส

รีวิวแว่นกันแดด ข้อดีและข้อเสียของแต่ละยี่ห้อ

แว่นกันแดด ตัวช่วยสำคัญที่พร้อ

รีวิวแว่นกันแดดวินเทจ 2020

มีหลายคนที่นิยมแต่งตัวเท่ๆไปไห

แว่นตากันแดด สำหรับผู้ชาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2020

เนื่องจากบ้านเราเป็นหน้าร้อน แ

รีวิว แว่นตาแบรนด์ใหม่ ไม่อยากเชื่อ ผลงานคนไทย ออกแบบเอง ผลิตเอง MiGlaz Design แฮนด์เมด อิน ไทยแลนด์

เป็นครั้งแรกที่ได้เคยรีวิวแว่น

แว่นตาสามารถป้องกันแสงสีฟ้าได้หรือไม่ ?

แสงสีฟ้าเป็นแสงที่มีอยู่ในอุปก

แว่นตา ชนิดเลนส์ หลักการเลือกใช้ และประโยชน์ต่อสายตา

การใส่แว่นตาหรือแว่นสายตา เป็น

เลนส์แว่นตามีกี่ชนิด ?

หลายๆคนที่มีปัญหาสายตาไม่ว่าจะ

รู้ไว้ใช่แว่น มาทำความรู้จักเลนส์แว่นตาชนิดต่างๆกัน

ปัจจุบันนี้ แว่นมีหลากหลายชนิด